วันศุกร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2556

ออร์แกเนลล์

ออร์แกเนลล์


ในชีววิทยาของเซลล์ ออร์แกเนลล์เป็นโครงสร้างย่อยๆ ภายในเซลล์ที่มีหน้าที่เฉพาะ และอยู่ภายในโครงสร้างปิดที่เป็นเยื่อลิพิด
คำว่า ออร์แกเนลล์ (organelle) มาจากแนวความคิดที่ว่า โครงสร้างเล็กๆ ในเซลล์นี้เปรียบเหมือนกับ อวัยวะ (organ) ของร่างกาย (โดยการเติมคำปัจจัย -elle: เป็นส่วนเล็กๆ) ออร์แกเนลล์มองเห็นได้ภายใต้กล้องจุลทรรศน์ และแยกให้บริสุทธิ์ได้โดยวิธีการกระบวนการปั่นแยกเซลล์ (cell fractionation)
ออร์แกเนลล์มีหลายชนิดโดยเฉพาะในเซลล์ยูแคริโอตของสัตว์ชั้นสูง เซลล์โปรแคริโอตในครั้งหนึ่งเคยคิดว่าไม่มีออร์แกเนลล์ แต่ว่ามีงานวิจัยที่สามารถพิสูจน์ได้ว่ามีการเกิดขึ้นกับวัวและควายด้วย
                                                                                                                       (ที่มา : http://th.wikipedia.org)

cell membrane

เยื่อหุ้มเซลล์ ( plasma membrane) เป็นเยื่อหุ้มที่อยู่ชิดกับผนังเซลล์อาจมีลักษณะเรียบ หรือพับไปมา เพื่อขยายขนาดเยื่อหุ้มเซลล์เข้าไปในเซลล์ เรียกว่า มีโซโซม (mesosome) หรือที่เรียกกันอีกอย่างว่า "เซลล์คุม" มีหน้าที่ควบคุม การเข้าออกของน้ำ สารอาหาร และอิออนโลหะต่าง ๆ เป็นตัวแสดงขอบเขตของเซลล์ เซลล์ทุกชนิดต้องมีเยื่อหุ้มเซลล์
เยื่อหุ้มเซลล์เป็นเยื่อบาง ๆ ประกอบด้วยสารประกอบสองชนิด คือ ไขมันชนิดฟอสโฟลิปิดกับโปรตีน โดยมีฟอสโฟลิปิดอยู่ตรงกลาง 2 ข้างเป็นโปรตีน โดยมีไขมันหนาประมาณ 35 อังสตรอม และโปรตีนข้างละ 20 อังสตรอม รวมทั้งหมดหนา 75 อังสตรอม ลักษณะที่แสดงส่วนประกอบของเยื่อหุ้มเซลล์นี้ต้องส่องดูด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน จึงจะเห็นได้
เยื่อหุ้มสามารถแตกตัวเป็นทรงกลมเล็ก ๆ เรียกเวสิเคิล (Vesicle) ซึ่งมีช่องว่างภายใน (Lumen) ที่บรรจุสารต่าง ๆ และสามารถเคลื่อนที่ไปหลอมรวมกับเยื่อหุ้มอื่น ๆ ได้ การเกิดเวสิเคิลนี้เกิดขึ้นได้ทั้งกับการขนส่งสารระหว่างออร์แกแนลล์ และการขนส่งสารออกนอกเซลล์ที่เรียกเอกโซไซโทซิส (Exocytosis) ตัวอย่างเช่น การที่รากเจริญไปในดิน เซลล์รากจะสร้างมูซิเลจ (Mucilage) ซึ่งเป็นสารสำหรับหล่อลื่น เซลล์สร้างมูซิเลจบรรจุในเวสิเคิล จากนั้นจะส่งเวสิเคิลนั้นมาหลอมรวมกับเยื่อหุ้มเซลล์เพื่อปล่อยมูสิเลจออกนอกเซลล์ ในกรณีที่มีความต้องการขนส่งสารขนาดใหญ่เข้าสู่เซลล์ เยื่อหุ้มเซลล์จะเว้าเข้าไปด้านใน ก่อตัวเป็นเวสิเคิลหลุดเข้าไปในเซลล์ โดยมีสารที่ต้องการอยู่ภายในช่องว่างของเวสิเคิล การขนส่งแบบนี้เรียกเอ็นโดไซโตซิส (Endocytosis)
นอกจากนั้น เยื่อหุ้มยังทำหน้าที่เป็นเยื่อเลือกผ่าน ยอมให้เฉพาะสารที่เซลล์ต้องการหรือจำเป็นต้องใช้เท่านั้นผ่านเข้าออกได้ การแพร่ผ่านเยื่อหุ้มเซลล์เกิดขึ้นได้ดีกับสารที่ละลายในไขมันได้ดี ส่วนสารอื่น ๆ เช่น ธาตุอาหาร เกลือ น้ำตาล ที่แพร่เข้าเซลล์ไม่ได้ จะใช้การขนส่งผ่านโปรตีนที่เยื่อหุ้มเซลล์ ซึ่งเป็นได้ทั้งแบบที่ใช้และไม่ใช้พลังงาน

                                                                                                                          (ที่มา : http://th.wikipedia.org)

เซลล์ กับ สารพันธุกรรม

สารพันธุกรรม (Genetic Material)

สารพันธุกรรมแตกต่างกันสองชนิดคือ :
รหัสพันธุกรรม (Genetic code) ในเซลล์ของสิ่งมีชีวิตเป็นข้อมูลทางพันธุกรรมของเซลล์ซึ่งเก็บอยู่ในรูปดีเอ็นเอหรืออาร์เอ็นเอ สิ่งมีชีวิตส่วนใหญ่ใช้ดีเอ็นเอสำหรับเก็บข้อมูลทางพันธุกรรม แต่ไวรัสบางชนิด เช่น รีโทรไวรัส (retrovirus) มีอาร์เอ็นเอเป็นสารพันธุกรรม อาร์เอ็นเอนอกจากจะเป็นสารพันธุกรรมแล้วยังทำหน้าที่เป็นสารที่ขนถ่ายข้อมูลด้วย ได้แก่ เมสเซนเจอร์ อาร์เอ็นเอ (mRNA) และอาจทำหน้าที่เป็นเอนไซม์ได้โดยเฉพาะในเซลล์ที่มีอาร์เอ็นเอเป็นสารพันธุกรรม ได้แก่ ไรโบโซมัล อาร์เอ็นเอ หรือ (rRNA)
สารพันธุกรรมของพวกโปรคาริโอต จะถูกจัดอยู่ในโมเลกุลของดีเอ็นเอรูปวงกลมง่ายๆ เช่น ดีเอ็นเอของแบคทีเรียซึ่งอยู่ในบริเวณนิวคลอยด์(nucleoid region) ของไซโตพลาสซึม ส่วนสารพันธุกรรมของพวกยูคาริโอต จะถูกจัดแบ่งให้อยู่ในโมเลกุลที่เป็นเส้นตรงที่เรียกว่า โครโมโซม(chromosome) ภายในนิวเคลียส และยังพบว่ามีสารพันธุกรรมอื่นๆ นอกจากในโครโมโซมในออร์แกเนลล์บางชนิด เช่น ไมโทคอนเดรียและคลอโรพลาสต์ (ดูเพิ่มเติมที่ทฤษฎีเอ็นโดซิมไบโอติก (endosymbiotic theory)) เช่น ในเซลล์มนุษย์จะมีสารพันธุกรรมในบริเวณดังนี้ในนิวเคลียส เรียกว่านิวเคลียร์ จีโนม (nuclear genome) แบ่งเป็นโมเลกุลเส้นตรง ดีเอ็นเอ 46 เส้น หรือ 23 คู่ เรียกว่า โครโมโซม
สารพันธุกรรมจากภายนอกที่สังเคราะห์ขึ้นได้เองสามารถนำไปใส่ในเซลล์ได้เราเรียกกระบวนการนี้ว่า ทรานสเฟกชัน (transfection)

(ที่มา : http://th.wikipedia.org)

เรื่อง ของ เซลล์ เซลล์ !!!!

คุณสมบัติของเซลล์[แก้]

เซลล์ของหนูในจานเพาะเชื้อ เซลล์เหล่านี้กำลังขยายขนาดใหญ่ขึ้น แต่ละเซลล์มีขนาดประมาณ 10 โมโครเมตร
แต่ละเซลล์มีองค์ประกอบและดำรงชีวิตได้ด้วยตัวของมันเอง โดยการนำสารอาหารเข้าไปในเซลล์และเปลี่ยนสารอาหารให้กลายเป็นพลังงานเพื่อการดำรงชีวิตและการสืบพันธุ์ เซลล์มีความสามารถหลายอย่างดังนี้:


ประเภทของเซลล์


โดยสรุป เซลล์สามารถแบ่งได้เป็น 2 รูปแบบคือ
วิธีการจัดกลุ่มเซลล์ไม่ว่าเซลล์นั้นจะอยู่ตามลำพังหรืออยู่เป็นกลุ่ม ได้แก่ สิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว (unicellular) ซึ่งดำรงชีวิตเพื่อความอยู่รอด จนไปถึงการอยู่รวมกันเป็นกลุ่มที่เรียกว่า โคโลนี (colonial forms) หรือ สิ่งมีชีวิตหลายเซลล์ (multicellular) ซึ่งเซลล์เหล่านี้จะกลายเป็นเซลล์เฉพาะทางที่แตกต่างกันหลายรูปแบบ เช่น เซลล์ต่างๆ ในร่างกายมนุษย์


(ที่มา : http://th.wikipedia.org)



นี่หรือ คือ นิวเคลียส ??

นิวเคลียส เป็นหน่วยควบคุมกิจกรรมต่างๆภายในเซลล์ ทั้งการแบ่งเซลล์ ลักษณะพันธุกรรม บลาๆ ๆ นิวเคลียสประกอบได้ด้วย


  1. นิวเคลียส เมมเบรน หรือ เยื่อหุ้มนิวเคลียส มีโครงสร้างและหน้าที่คล้ายๆเยื่อหุ้มเซลล์ มีรูกระจายทั่วไปให้สารผ่านเข้าออก
  2. นิวคลีโอพลาสซึม คือ ส่วนที่อยู่ภายในนิวเคลียส เมมเบรน ประกอบด้วย
    • นิวคลีโอลัส >> สังเคราะห์ ( protein + ribosome RNA )
    • โครมาติน ไฟรเบอร์ >>> รากแหพันธุกรรม( protein +  DNA)

cell theory

ทฤษฎีและการแบ่งเซลล์

       "สิ่งมีชีวิตทั้งหลายย่อมประกอบไปด้วยเซลล์และผลิตภัณฑ์เซลล์ และเซลล์คือหน่อยที่เล็กที่สุดของสิ่งมีชีวิตที่มีการจัดระบบ"     จาก   ชวันน์และชไลเดน

ในเซลล์มีอะไรบ้าง ???


  • ส่วนห่อหุ้มเซลล์
    • cell wall 
    • cell membrane

  • protoplasm
    • nucleus
      • nuclear membrane
      • nucleoplasm
        • nucleolus
        • chromatin fiber
    • cytoplasm
      •  cytosol
      •  organenelle
        • ribosome
        • centriole
        • ER
        • lysosome
        • vacuole
        • ฯลฯ

รู้จัก สิ่งมีชีวิต

การเรียนชีวะ ต้องเข้าใจ คำว่า "สิ่งมีชีวิต" เสียก่อน

        คุณสมบัติของสิ่งมีชีวิต 

  • มีการสืบพันธุ์
    • สืบพันธ์แบบอาศัยเพศ : ทำให้เกิดการมิวเทชั่น (การแปรผันทางพันธุกรรม)
    • สืบพันธ์แบบไม่อาศัยเพศ : ไม่ทำให้เกิดการมิวเทชั่น
  • เกิดกระบวนการ  Metabolism
    • anabolism : การสังเคราะห์สาร เช่น การสังเคระห์แสง การสังเคราะห์ ดีเอ็นเอ
    • catabolism : การสลายสาร เช่น การหายใจระดับเซลล์(สลายสารอาหารระดับเซลล์)
  • มีการเจริญเติบโต มีอายุไข และขนาดมีความจำกัด
  • ตอบสนองต่อสิ่งเร้า
  • มีการรักษาดุลยภาพของร่างกาย
  • มีการจัดระบบ เช่น เชลล์ >> เนื่อเยื่อ >> อวัยวะ >> ระบบอวัยวะ >> สิ่งมีชีวิต >> ฯลฯ

วันจันทร์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2556

Taxoromic category

การจัดหมวดหมู่ของสิ่งมีชีวิต (Taxoromic category)

เทค การ จำ  :  ให้เริ่มจากกลุ่มใหญ๊ใหญ่ไปเล้กเล็ก ^0^  ลองจำแบบเปรียบเทียบน๊าาา


  • Kingdom  =>  อันนี้อ่ะ ใหญ่ซู้ดดดด (คูณพ่อ เหมือน ราชาอาณาจักร)
  • Division / Phylum => ใหญ่รองมา(คุณแม่ ชอบเรียนฟิสิกส์(Physics คล้ายๆ Phylum - - ))
  • Class  =>  อันนี้ พี่ใหญ่
  • Family   =>  อันนี้ พี่รอง
  • Genus   =>  อันนี้ เราเอง (มั้ง)
  •  species  =>  อันนี้น้องเล็กกก